หนึ่งวันที่ร้านเล็กกี๊ ซาลอน — ตั้งแต่เปิดร้านจนปิดร้าน
ช่วงเช้า (9 โมงครึ่ง–11 โมง) — เตรียมความพร้อมและต้อนรับลูกค้าคนแรก
เปิดร้าน: พี่เล็กจะมาเปิดร้านก่อนเวลาเล็กน้อย เพื่อจัดเตรียมสถานที่ ทำความสะอาดเก้าอี้และกระจก เช็กสต๊อกสีย้อมผม น้ำยายืด เคราติน และอุปกรณ์ทำเล็บให้พร้อม ที่สำคัญคือการวอร์มเครื่องพ่นสปานาโนที่เป็นจุดเด่นของร้าน
ลูกค้ารายแรก: ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่จองคิวผ่านไลน์หรือ GoWabi ไว้ล่วงหน้า มักมาทำบริการที่ใช้เวลานาน เช่น ยืดผมหรือทำสีพื้น เพื่อให้เสร็จทันช่วงบ่าย
ช่วงกลางวัน (11 โมง–บ่าย 2) — ช่วงพีกและงานเทคนิค
งานละเอียด: ช่วงนี้ในร้านจะอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของทรีตเมนต์ พี่เล็กจะเริ่มลงงานเทคนิคอย่างบาลายาจหรือไฮไลท์ ซึ่งต้องใช้สมาธิและการเพ้นท์สีอย่างใจเย็น
การพักผ่อน: ช่างจะสลับกันพักทานข้าวสั้นๆ หลังร้านแบบรีบทำรีบมา เพราะลูกค้าวอล์กอินเริ่มทยอยเข้ามาถามคิว หรือลูกค้าประจำแวะมาสระไดร์ตอนพักเที่ยง บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยเป็นกันเอง พี่เล็กมักให้คำแนะนำเรื่องสภาพผมอย่างตรงไปตรงมา เหมือนคุยกับพี่น้อง
ช่วงบ่าย (บ่าย 2–5 โมงเย็น) — เก็บงานเคราตินและทำเล็บ
งานฟื้นฟู: เริ่มเห็นลูกค้ามาทำยืดเคราตินหรือโบท็อกซ์ผมมากขึ้น การรีดผมด้วยความร้อนต้องใช้ความประณีตเพื่อให้ผมเงาวับแบบกระจก
มุมทำเล็บ: ลูกค้าบางท่านทำสีเจลไปพร้อมๆ กับช่วงรอหมักผม ทำให้บรรยากาศในร้านคึกคักเป็นพิเศษ
ช่วงเย็น (5 โมง–3 ทุ่ม) — ช่วงเลิกงานของลูกค้า
คิวสุดท้ายเป็นอีกช่วงที่ยุ่งที่สุด เพราะลูกค้าวัยทำงานแวะมาสระไดร์ก่อนไปงาน หรือมาตัดทรงคิตตี้คัทหลังเลิกงาน
ปิดร้าน: หลังส่งลูกค้าคนสุดท้าย พี่เล็กจะทำความสะอาดอุปกรณ์ ฆ่าเชื้อกรรไกรและผ้าขนหนู สรุปยอดจองของวันรุ่งขึ้น แล้วปิดร้านราว 3 ทุ่มด้วยรอยยิ้ม